วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 รายวิชา 423312 Learning Resources Center Management

คำสั่ง :  ให้นิสิตเขียนอธิบายคำตอบลงในกระดาษ (ส่งท้ายชั่วโมง) และนำเสนอบน Blogger ตามเงื่อนไขต่อไปนี้
         
(5 คะแนน) งานเดี่ยว

1.             อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญ ๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง

                        1.1. ปรับปรุงการเรียนการสอน
                       1.2. ช่วยการศึกษาพิเศษ การฝึกอบรม และการวิจัย
                       1.3. ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชน
                       1.4. สร้างความเป็นผู้นาทางวิชาชีพ

ด้านการช่วยปรับปรุงการเรียนการสอนนั้นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จะจัดหาสื่อและเครื่องมือต่างๆ ที่จาเป็นต่อการเรียนการสอนและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สอนในด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษา
 ด้านการศึกษาพิเศษ คือ การให้ความช่วยเหลือด้านสื่อและเครื่องมือต่างๆ ในการจัดกิจกรรมพิเศษ การฝึกอบรมและการค้นคว้าวิจัยเป็นงานอีกด้านหนึ่งของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อันจะนามาซึ่งพัฒนาการเรียนการสอน
 ด้านการประชาสัมพันธ์ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ข้อมูลข่าวสาร จัดกิจกรรมผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้การศึกษาแก่สังคม การให้บริการแก่ชุมชนถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง การสร้างความเป็นผู้นาทางวิชาชีพ ศูนย์การศึกษาในอีกแง่หนึ่งก็คือศูนย์การเรียนรู้นั่นเอง ดังนั้นทรัพยากรทางการศึกษาจะรวมอยู่ในนี้อย่างพร้อมมูลจึงทาให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง เปิดโอกาสให้ครูอาจารย์ได้ใช้ศูนย์ฯในการเตรียมกิจกรรมการเรียนการสอนและอื่นๆ


2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
                                     2.1. ด้านบริหาร
             2.2. ด้านการบริการ
            2.3. บุคลากรด้านการผลิตสื่อ

3.ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
                    3 ประเภท  คือ
                    1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญา
                     2 บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ บุคลากรกึ่งวิชาชีพ
3.บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้ทาหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคุณวุฒิหลากหลายจะใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะในหน้าที่ของตน


4.ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
 การจัดการหาสื่อเพื่อบริการ ในการจัดหาสื่อมาไว้บริการภายในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีระบบ ระเบียบ สามารถแบ่งออกเป็นขันตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา
               ขั้นตอนที่ 2 การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทากิจกรรม เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
               ขั้นตอนที่ 3 การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดยนาข้อมูลที่ได้ไปดาเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ

5.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีหน้าที่หลักในการบริการและจัดกิจกรรมทางวิชาการอื่นพอจะสรุปได้คือ
5.1. การจัดหาสื่อเพื่อบริการ
5.2. การดำเนินการบริการ
5.3. การบำรุงรักษาสื่อ
5.4. การฝึกอบรม การวิจัย การพัฒนา ฯลฯ
5.5. การประเมิน
5.6. การประชาสัมพันธ์


5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง


1. ความคงทน(Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย
2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
3. ความกะทัดรัด (Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
4. คุณภาพของเครื่อง(Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
6. ความปลอดภัย (Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาละซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลาบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชารุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย
8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคานึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่สาคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น
9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต(Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจานวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทาให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สำรองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว


6. การบริหารบุคคล หมายถึงอะไร
               ศิลปะในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทางานในองค์การ มอบหมายงาน พัฒนาบุคคลและให้พ้นจากงาน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของเป้าหมายหรือบริการของศูนย์ฯ หรือหน่วยงานเป็นสำคัญ

7. หลักการบริหารงานบุคคลมีกี่ระบบอะไรบ้าง
           7.1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์
                7.1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบได้ทุก
                 7.1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน
                 7.1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ
                 7.1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท
          7.2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการะคุณ


8. การจำแนกตำแหน่งได้กี่ประเภท
      แบ่งเป็น 3 ประเภท

9. ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนกำลังคนได้แก่อะไรบ้าง

ศึกษานโยบายและแผนขององค์การ กระบวนการวางแผนกาลังคนต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้น ๆ ในอนาคต, การขยายตัวและการเจริญเติบโตขององค์การ (และคู่แข่ง), การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างองค์การ, การเปลี่ยนแปลงในแนวคิดปรัชญาการบริหารในอนาคต, บทบาทของรัฐบาล, บทบาทสหภาพแรงงาน, การแข่งขันของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ
การตรวจสภาพกาลังคน ; ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกาลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จานวนตำแหน่ง อัตรากาลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ การตรวจสภาพกาลังคนอาจจะทาได้ดังต่อไปนี้
1.การวิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง องค์การมีตำแหน่งอะไรบ้าง มีคุณสมบัติแต่ละตำแหน่งอย่างไรบ้าง
2.การทาบัญชีรายการทักษะ ตรวจสภาพพนักงานแต่ละคนมีความสามารถ ชำนาญถนัดในด้านใดบ้าง
3.คาดการความสูญเสียกาลังคนในอนาคต ใครจะลาออกในอนาคต ใครเกษียณอายุปีหน้าบ้าง
4.ศึกษาความเคลื่อนไหวภายในเกี่ยวกับ การเลื่อนขั้น เลื่อนตาแหน่ง โยกย้าย ให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา

10. การวางแผนกำลังคนที่ดีต้องทราบอะไรบ้าง

         10. 1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
         10. 2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
         10. 3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จาเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จาเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
        10. 4. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
       10. 5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก
       10. 6. การทาให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน


11. บุคลากรด้านทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภท

       11.1. ด้านบริหาร
       11.2. ด้านการบริการ 
11.3. บุคลากรด้านการผลิตสื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 3-4-5 รายวิชา 423312 Learning Resources Center Management


คำสั่ง ให้นิสิตเขียนอธิบายคำตอบตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (10 คะแนน)
          งานเดี่ยว :  1. ให้พิมพ์คำตอบลงใน MS.word และแนบไฟล์ส่ง และ Weblog
                             2. กำหนดส่งทาง e-Learning ภายในเวลาที่กำหนด โดยไฟล์ต้องมีขนาดไม่ เกิน 8 MB
                           3. บันทึกลงใน Weblog ไม่เกินเวลา 23.55 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2554

1.  ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
                      3  ประเภท คือ
                         1.การศึกษาในระบบ 
                        2.การศึกษานอกระบบ 
                        3.การศึกษาตามอัธยาศัย

        2.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
              สำหรับศูนย์ทรัพยากรแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน เช่นว่า
             การศึกษาในระบบโรงเรียน จะเป็น หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะ เช่น ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา
                  ส่วนการศึกษานอกระบบ จะเป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆซึ่งจะแตกต่างจากการศึกษาในระบบ ทั้งนี้การศึกษานอกระบบจะเน้นให้ผู้เรียนได้มีทักษะพื้นฐานในการดำรงอาชีพได้หลากหลายเฉพาะกลุ่ม
                  และการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความพร้อม สนใจในการเรียนรู้ได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต




3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง


           1)ศูนย์ทรัพยากรประเภทการศึกษาในระบบ
            1.1)ศูนย์บริการสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ e-Learning Center
สถานที่ตั้ง กองเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร869 ถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่นักเรียน ข้าราชการครู และบุคคลผู้สนใจ       


           1.2) The Center for Educational Innovation and Technology
ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 
แหล่งที่ตั้ง วิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
กลุ่มเป้าหมาย นิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัย
แหล่งอ้างอิง  http://www.ceted.org/ceted2010/about-vision_mission.php



              1.3)ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้  ฝ่ายวารสารและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
สถานที่ตั้ง : ชั้น 3 ห้อง 300 อาคาร 60 พรรษามหาราชินี (QS 1 ) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ต . แสนสุข อ . เมือง จ . ชลบุรี 20131 โทรศัพท์ (038) 745900 ต่อ 2080
กลุ่มเป้าหมาย นิสิต นักศึกษาทั่วไปในมหาวิทยาลัยบูรพา
แหล่งอ้างอิง  http://www.edu.buu.ac.th/lrc/




พิมพ์



2)ศูนย์ทรัพยากรประเภทการศึกษานอกระบบ

            2.1) ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงาน กศน. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ

              มีอาคารสำนักงาน และอาคารเครื่องส่งรวม 3 แห่ง ดังนี้
             แห่งที่ 1
              ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน ลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น ก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2522 แล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม 2524
             แห่งที่ 2
             อาคารเครื่องส่งระบบ A.M. 1 หลัง อาคารพัสดุ 1 หลัง และบ้านพัก 2 หลัง ตั้งอยู่ที่แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่เช่าของกรมการศาสนา จำนวน 37 ไร่ 2 งาน ก่อสร้างและติดตั้ง อุปกรณ์ในปีงบประมาณ 2524 - 2525
            แห่งที่ 3
             ศูนย์ผลิตรายการโทรทัศน์และวิดีโอเทปเพื่อการศึกษา(รังสิต)เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2536 โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ดำเนิน โครงการพัฒนาศูนย์ผลิตรายการโทรทัศน์ และวิดีโอเทปเพื่อการศึกษา บริเวณคลอง 6 ถนนสายรังสิต-นครนายก จังหวัดปทุมธานี บนที่ดินของราชพัสดุเนื้อที่จำนวน 13 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอย จำนวน 7,700 ตารางเมตร ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 
กลุ่มเป้าหมาย  กลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ
แหล่งอ้างอิง  http://www.ceted.org/ceted2010/home.php


               2.2)ศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ครบ 36 พรรษา 
สถานที่ตั้ง เลขที่ 104 ม.3 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
กลุ่มเป้าหมาย เยาวชน และประชาชนทั่วไปในเขตภาคตะวันออกและจังหวัดใกล้เคียง
  แหล่งอ้างอิง http://www.svtc.go.th/th/about.php


                    


             2.3) ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยรามคำแหง
             (
หัวหมาก) ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ สำนักงานเขตบางกะปิ
     สถานที่ตั้ง มหาวิทยาลัยรามคำแหง  อาคารสุโขทัย ชั้น 2 ห้อง 0214 โทร.02369-2823-4          
    กลุ่มเป้าหมาย  นิสิตนักศึกษาจากต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ ตลอดจนนักศึกษาที่มีเวลาว่างจากการเรียน รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีงานทำ ผู้ที่มีเวลาว่างจากงานประจำ หรือผู้ที่ต้องการฝึกอบรมวิชาชีพ
แหล่งอ้างอิง   http://www.info.ru.ac.th/Training%20center-Bkk_in_Ram/index.htm

3) ศูนย์ทรัพยากรประเภทการเรียนรู้ตามอัธยาศัย

              3.1) พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
สถานที่ตั้ง บนเขาหมาจอ  ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 
กลุ่มเป้าหมาย  เยาวชนและประชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง  http://www.tis-museum.org/index_sub.html

                3.2) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ ท้องฟ้าจำลอง
สถานที่ตั้ง  928 .สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปที่สนใจ


                 3.3) ห้องห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ ๘0 พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕0
อุทยานการเรียนรู้ ห้องสมุดมีชีวิต
สถานที่ตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี
ที่อยู่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปที่สนใจ



4. ให้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้
4.1       นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์
4.2       แหล่งที่มาของศูนย์
4.3       แผนการดำเนินงาน (ถ้ามี)

หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ
สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
นโยบายการดำเนินการ
         นอกจากนโยบายการขยายงานหอสมุดแห่งชาติสาขาไปสู่ส่วนภูมิภาคแล้ว หอสมุดแห่งชาติยังมีนโยบายจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติ   ๔   มุมเมืองในส่วนกลางขึ้นด้วย    เนื่องจากตระหนักถึง     การขยายตัวของกรุงเทพมหานครที่ทำให้มีประชากรเพิ่มมากขึ้น  การคมนาคมเริ่มมีความคับคั่งประกอบกับจำนวนผู้ที่มาใช้บริการหอสมุดแห่งชาติมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี  เริ่มมีปัญหาความแออัดในเรื่องของสถานที่  ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเปิดโอกาสให้เยาวชน และประชาชนที่อยู่ในเขตปริมณฑล  มีสถานที่ศึกษาค้นคว้า  จึงได้จัดทำโครงการหอสมุดแห่งชาติ ๔ มุมเมือง เสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งให้ความเห็นชอบในหลักการ  ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖  หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง  เฉลิมพระเกียรติ  จึงเป็นแห่งแรกของโครงการดังกล่าวข้างต้น

กลุ่มเป้าหมาย บุคคลทั่วไปที่มาความสนใจ
แหล่งที่มา http://www.nlt.go.th/ld/index.html


5. ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้
      5.1  แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
      5.2 โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด

สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง


การแบ่งส่วนราชการ
โดยมีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น 1 สำนักงาน และ 4 ฝ่าย ดังต่อไปนี้
1
2
3
4
5





เป็นโครงสร้างแบบ Line Organization เพราะ เป็นลักษณะที่แบ่งออกเป็นฝ่ายต่างๆ ในการดำเนินงาน เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้น ๆ จากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด



 ศูนย์การศึกษาพิเศษ
แหล่งอ้างอิง  http://secchonburi.go.th/th/vision.php


 เป็นโครงสร้างแบบ Line and Staff Organization เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างสาหรับหน่วยงานขนาดใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีในรูปแบบของคณะกรรมการต่าง ๆ แบ่งเป็นกลุ่มบริหารงานในแต่ละด้าน เข้ามาเป็นผู้ช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้น ๆ



เสนองานดูงานหอสมุด

หลังจากที่สับดาห์ก่อนได้เรียนรู้เเละชมหอสมุดของมหาวิทยาลัยบูรพาเเล้วนั้น ก็จะมีการแบ่งกลุ่มสำหรับนำเสนอเนื้อหาของเเต่ละชั้น ซึ่งกลุ่มดิฉันได้นำเสนอเนื้อหาชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นสำหรับยืมหนังสือวิทยานิพนธ์
ในกลุ่มก็ได้จัดทำเพาเวอร์พอยในการนำเสนอ เเละนำเสนอกับอาจารย์ในชั่วโมงถัดไป โดยสมาชิกเเต่ละกลุ่มก็ช่วยกันอธิบายตามเนื้อหาที่ได้จัดทำ เเละตอบคำถามข้อสงสัยที่ อาจาร์ยถาม เเละหลังจากนำเสนอก็นำความคิดเห็นของอาจารย์ไปปรับปรุงเเก้ไข เเล้วอัพผลงานนี้ขึ้นเว็บ E-learning ในขั้นตอนต่อไป

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การชมหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

            การเรียนการสอนในวันนี้เป็นการเรียนการสอนนอกห้องเรียน เน้นให้นิสิตได้เรียนรู้ในแหล่งการเรียนรู้โดยการเรียนรู้ในหอสมุดของมหาวิทยาลัยบูรพา  ซึ่งก็เพื่อให้เห็นถึงขึ้นตอนต่างๆในการทำงานที่เป็นระบบของหอสมุด   ทำให้ได้ทราบว่ามีขั้นตอนการประสานงานของห้องสมุดอย่างไร


สำนักหอสมุดแบ่งการดำเนินดังนี้
  • สำนักงานเลขานุการ
  • ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ฝ่ายบริการสารสนเทศ
  • ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
  • ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ
  • ฝ่ายเอกสารและวารสาร
  • ฝ่ายโสตทัศนศึกษา


 โดยชั้น1 จะมีหลายแผนกซึ่งแบ่งฝ่ายการทำงานออกอย่างชัดเจน เช่นฝ่ายการจัดเก็บทรัพยากรต่างๆ ที่เข้ามาเพื่อที่จะนำขึ้นไปให้ผู้อ่าน เเละยังมีห้องซ่อมบำรุง สำหรับซ่อมบำรุงหนังสือที่ชำรุด ซึ่งหากใครต้องการหนังสือเร่งด่วนที่กำลังซ่อมก็สามารถมาติดต่อไป โดยจะซ่อมให้ก่อนเพื่อนำไปใช้งาน

ชั้น 2  จะให้บริการยืมคือหนังสือ เเละมีหนังสือภาษาอังกฤษให้เลือกค้นหาตามความสนใจ

 ส่วนชั้น 3 จะมีหนังสือหลากหลายหมวดให้เลือก มีหนังสือหมวดภาษาไทยที่น่าสนใจมากมาย มีหมวดนวนิยายให้เลือกหา มีหนังสือด้านภาษาต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายสาขาวิชา

ชั้นที่ 4 จะให้บริการวารสารทั้งฉบับใหม่ เเละฉบับย้อนหลังก็สามารถไปหาดูได้

ส่วนชั้นที 5 จะเป็นชั้นสำหรับให้ยืมวิทยานิพนธ์  ซึ่งสามารถยืมวิทยานิพนธ์ออกนอกหอสมุดได้

ส่วนชั้นที่ 6 จะให้บริการสื่อโสตทัศน์สามารถยืมคืนได้ที่ชั้นหกโดยตรง มีสื่อดีวีดี วีซีดี เเละมีบริการเครื่องเล่นดีวีดีอีกด้วย เเละมีความพิวเตอร์สำหรับบริการอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัด

กิจกรรมที่ 1
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึง แหล่งการเรียนรู้ สถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาศึกษา รวมวัสดุ อุปกรณ์ กิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่เข้ามาศึกษา มีระบบการบริหารการจัดการที่ชัดเจน การกำหนดเป้าหมายขององค์กร นโยบายต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อเป็นองค์กรที่ให้ความรู้เเก่บุคคลทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
1)สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา



2)อาคารห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และศูนย์วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดแสดงนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนที่สอง เป็นการจัดแสดงระบบท้องฟ้าจำลอง และจัดสร้างสนามกีฬาที่หลากหลายครบวงจร

2. แหล่งการเรียนรู้ในวีดิทัศน์ที่ชม ชื่อ พิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่
จัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ ของจังหวัดอ่างทอง ภายในพิพิธภัณฑ์ มีวิธีการขั้นตอนในการทำจักสานให้ผู้ชมได้ทรายถึงกระบวนการทำ มีห้องจัดแสดงเครื่องใช้ที่ทำมาจากไม้ไผ่ ในรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น ตระกร้า กระบุง เป็นต้น

3.แหล่งการเรียนรู้ในวีดิทัศน์ มีสื่ออะไร
1) การสาธิตวิธีการจักสาร จนเสร็จสิ้นขั้นตอน
2) ห้องจัดแสดงเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ไผ่ ในรูปแบบต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

การวิจัย: การพัฒนาระบบวิธีการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์


การพัฒนาระบบวิธีการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเน้นลักษณะบทเรียนชนิดเสนอเนื้อหาและปฏิสัมพันธ์

วัตถุประสงค์การวิจัย
             เพื่อสร้างรูปแบบบทเรียนลักษณะต่างๆสำหรับการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
         การพัฒนาระบบวิธีการเรียนการสอน ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เน้นลักษณะบทเรียนชนิดเสนอเนื้อหาและปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหลักการและทฤษฎีด้านต่างๆที่ใช้ประกอบในการพัฒนา จึงได้มีการเรียบเรียงและนำเสนอหลักการสำคัญจากเอกสาร ตำราและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
หลักการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
              เครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีศักยภาพสูงหลายด้าน และเมื่อพิจารณาวิธีการเสนอเนื้อหาที่นำเสนอผ่านเว็บต่างๆ ต้องพิจารณาว่าสามารถนำมาใช้เพื่อการเรียนการสอนได้อย่างไรบ้าง จึงได้ศึกษาเอกสารและการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนด้วยอินเตอร์เน็ต ดังนี้
การเรียนการสอนด้วยเว็บ(Web-Based Instruction)
        อินเตอร์เน็ตในมุมมองที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน ต้องมองไปที่วิธีการและเนื้อหาที่นำเสนอในหน้าเพจ มากกว่าที่จะมองในมุมเชิงวิศวกรรม มีการให้ความหายของการเรียนการสอนด้วยเว็บ หรือ เว็บช่วยสอน ดังนี้
       1.ส่วนประกอบหลักของการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
 สำหรับการเรียนการสอนโดยใช้อินเตอร์เน็ตควรประกอบไปด้วย
1.1 หลักสูตร( content development )
1.1.1 ทฤษฎีการเรียนการสอน
1.1.2การออกแบบวิธีการเรียนการสอน
1.1.3 การพัฒนาหลักสูตร
1.2 ส่วนประกอบในรูปแบบของมัลติมีเดีย(multimedia component)
1.2.1 ตัวหนังสือและกราฟฟิก
1.2.2 เสียงที่ต่อเนื่อง ( audio streaming )
2.หลักการพื้นฐานการจัดการเรียนการสอนกับการจัดกิจกรรมการสอนผ่านเว็บ
สรุปหลักการพื้นฐานของการจัดการเรียนการสอนกับการเรียนการสอนผ่านเว็บดังนี้ คือ
2.1ในการจัดการเรียนการสอนโดยทั่วไป ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา ผู้เรียนที่เรียนผ่านเว็บสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งซักถามข้อข้องใจกับผู้สอนได้โดยทันทีทันใด เช่น การมอบหมายงานส่งผ่านอินเตอร์เน็ตจากผู้สอนเมื่อผู้เรียนได้รับมอบหมายก็จะสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายและส่งผ่านอินเตอร์เน็ตกลับไปยังอาจารย์ผู้สอนหลังจากนั้นอาจารย์ผู้สอนสามารถตรวจและให้คะแนน พร้อมทั้งส่งผลย้อนกลับไปยังผู้เรียนได้ในเวลาอันรวดเร็ว
2.2 การจัดการเรียนการสอนควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างผู้เรียน ความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้เรียนจะช่วยพัฒนาความคิดความเข้าใจได้ดีกว่าการทำงานคนเดียว  ผู้เรียนที่เรียนผ่านเว็บแม้ว่าจะเรียนจากคอมพิวเตอร์ที่อยู่กันคนละที่แต่ด้วยความสามารถของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมโยง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกไว้ด้วยกันทำให้ผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทันทีทันใด เช่น การใช้บริการสนทนาแบบออนไลน์ที่สนับสนุนให้ผู้เรียนติดต่อกันได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจนถึงผู้เรียนกลุ่มใหญ่
2.3ควรสนับสนุนให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง(active learning)
    หลีกเลี่ยงการกำกับ ให้ผู้สอนเป็นผู้ป้อนข้อมูลหรือคำตอบ ผู้เรียนควรเป็นผู้ขวนขวายใฝ่หาความรู้ต่างๆเองโดยการแนะนำของผู้สอน เป็นที่ทารบกันดีอยู่แล้วว่าอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถหาข้อมูลได้ด้วยความสะดวก และรวดเร็วทั้งยังหาข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลทั่วโลก เป็นการสร้างความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้
2.4 การให้ผลย้อนกลับแก่ผู้เรียนโดยทันทีทันใดช่วยให้ผู้เรียนได้ทราบถึงความสามารถของตน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับแนวทาง วิธีการหรือพฤติกรรมให้ถูกต้องได้ผู้เรียนที่เรียนผ่านเว็บสามารถรับผลย้อนกลับทั้งจากผู้สอนเองหรือแม้กระทั่งจากผู้เรียนคนอื่นๆได้ในทันทีทันใด ควรสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่ไม่มีขีดจำกัด สำหรับบุคคลที่ใฝ่หาความรู้ การเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการขยายโอกาสให้กับทุกๆคนที่สนใจศึกษาเนื่องจากผู้เรียนไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปเรียน ณ ที่ใดที่หนึ่งผู้ที่สนใจสามารถเรียนได้ด้วยตนเองในเวลาที่สะดวก
บรรณานุกรม
}  กรมวิชาการการศึกษาความเป็นไปได้ของแนวการจัดการศึกษา ระดับประถม มัธยมและอาชีวศึกษาของไทยในทศวรรษ 1990”          วารสารกรมวิชาการ. 25 (3): 29-35;(มีนาคม เมษายน)2536
}  กองวิจัยนโยบายเทคโนโลยี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี    สารสนเทศของประเทศไทย. กรุงเทพ: เซนจูรี่, 2538
}  กิดานันท์ มลิทอง.  เทคโนโลยีการศึกษาร่วมสมัย. กรุงเทพ: เอดิสันเพรส โพรดักส์, 2536
}  กำพล ดำรงค์วงศ์.  การศึกษาเปรียบเทียบผลสำฤทธิ์ทางการเรียนด้านพุทธิพิสัยในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2 วิธี.
}              วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, 2534
}  ขนิษฐา ชานนท์.  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับการเรียนการสอนเทคโนโลยีการศึกษา 1 : 27-31;              (เมษายน -มิถุนายน) 2532.
}  คมกริช ทัพกีฬา. พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540
}  ครรชิต  มาลัยวงศ์ . “ความก้าวหน้าและทิศทางของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนใน เอกสารการสัมมนาเรื่องสื่อการ  สอนอิเล็กทรอนิกส์ . กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2542
}  ใจทิพย์ ณ สงขลา. “การสอนผ่านเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บใน วารสารครุศาสตร์. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542
}  ฉลอง ทับศรี. การเรียนรู้และการสื่อความหมาย. ชลบุรี : ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 2532
}  ฉลอง ทับศรี. การวิจัยเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์(เอกสารประกอบการสอน). ชลบุรี : ภาคเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 2537
}  ช่วงโชติ พันธุเวช. “การออกแบบและสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์  เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ เรื่อง คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน. มหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 10-11 กันยายน 2535
}  ทิพย์เกสร บุญอำไพ. การพัฒนาระบบการสอนเสริมทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
}  วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540.
}  ธวัช หมอยาดี.ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่มีเสียงและไม่มีภาพประกอบ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532.