สื่อประเภทเสียง หมายถึง วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยในการถ่ายทอดและบันทึกเสียง ของผู้สอนและเสียงอื่น ๆ เพื่อจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน
ลักษณะเฉพาะระบบเสียง
— ระบบเสียงโมโน (mono phonic sound system) หมายถึง การขยายเสียงที่ขยายเสียงเพียง 1 ช่องเสียง ขยายเสียงเหมือนต้นกำเนิดเสียงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการขยายเสียงพูดเสียงบรรยาย
— ระบบเสียงสเตอริโอ (stereo phonic sound system) หมายถึง การขยายเสียงที่ขยายเสียงตั้งแต่ 2 ช่องเสียงขึ้นไป ขยายเสียงผิดเพี้ยนไปจากต้นกำเนิดเสียงในทางไพเราะ เหมาะที่จะนำไปใช้ในการขยายเสียงเพลง เสียงดนตรี ระบบเสียงสเตอริโอนั้น อาจสร้างขึ้นมาเป็นชนิด 2 ช่องเสียง คือช่องเสียงทางซ้าย (left channel) และช่องเสียงทางขวา (right channel)
ระบบขยายเสียง
— Pre-Amp ทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้าเข้ามาแล้วควบคุมความแรงของสัญญาณนั้นให้มีความแรงของสัญญาณคงที่ สม่ำเสมอ
— Tone ทำหน้าที่ปรุงแต่งสัญญาณไฟฟ้า ให้เกิดความไพเราะ เช่น ปรุงแต่งเสียงทุ้ม (Bass) และปรุงแต่งเสียงแหลม (Treble)
— Power Amp ทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้าที่ปรุงแต่งแล้วให้มีความแรงของสัญญาณเพิ่มขึ้น แล้วส่งไปยังลำโพง (Speaker) ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นคลื่นเสียง เพื่อให้มนุษย์เราได้ยิน
องค์ประกอบของระบบขยายเสียง ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ
1. ภาคสัญญาณเข้า (Input Signal) เป็นภาคที่ทำหน้าที่ เปลี่ยนคลื่นเสียงให้เป็น
คลื่นไฟฟ้าความถี่เสียง เช่น ไมโครโฟน
2. ภาคขยายสัญญาณ (Amplifier) เป็นภาคที่รับสัญญาณไฟฟ้าความถี่เสียง จาก
ภาคสัญญาณเข้า แล้วนำมาปรับแต่งและขยายสัญญาณให้มีความแรงขึ้นเพื่อ
เตรียมส่งต่อไปยัง ภาคสัญญาณออก 3. ภาคสัญญาณออก (Output Signal) เป็นภาคที่ทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้า
ความถี่เสียงที่ได้รับ การขยาย จากภาคขยายสัญญาณ (Amplifier) นำมา
เปลี่ยนเป็นคลื่นเสียง อุปกรณ ์ของภาคสัญญาณออก ได้แก่ ลำโพง
คลื่นไฟฟ้าความถี่เสียง เช่น ไมโครโฟน
2. ภาคขยายสัญญาณ (Amplifier) เป็นภาคที่รับสัญญาณไฟฟ้าความถี่เสียง จาก
ภาคสัญญาณเข้า แล้วนำมาปรับแต่งและขยายสัญญาณให้มีความแรงขึ้นเพื่อ
เตรียมส่งต่อไปยัง ภาคสัญญาณออก 3. ภาคสัญญาณออก (Output Signal) เป็นภาคที่ทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้า
ความถี่เสียงที่ได้รับ การขยาย จากภาคขยายสัญญาณ (Amplifier) นำมา
เปลี่ยนเป็นคลื่นเสียง อุปกรณ ์ของภาคสัญญาณออก ได้แก่ ลำโพง
คุณสมบัติของสื่อ
1. ใช้ในการเรียนการสอนที่มีผู้เรียนจำนวนมากในห้องเรียนขนาดใหญ่ ซึ่ง
ผู้สอนไม่สามารถพูดให้ผู้เรียนได้ยินทั้งชั้นเรียน
2. ใช้ในกรณีที่มีการเรียนการสอนหลาย ๆ ห้องพร้อม ๆ กัน
2. ใช้ในกรณีที่มีการเรียนการสอนหลาย ๆ ห้องพร้อม ๆ กัน
3. ใช้ในห้องปฏิบัติการทางภาษา เพื่อใช้ในการฝึกทักษะการฟัง และพูด
เช่น ในการเรียนภาษาอังกฤษ
4. ใช้ในห้องปฏิบัติการด้านดนตรี
เช่น ในการเรียนภาษาอังกฤษ
4. ใช้ในห้องปฏิบัติการด้านดนตรี
วิธีการใช้สื่อ แบ่งออกเป็น
สื่อแอนอนาล็อก
- เทปคาสเซตหรือเทปตลับ
เป็นสื่อเสียงที่ใช้กันมานาน เพราะใช้ง่าย ประหยัด และค่อนข้างทน รูปทรงคาสเซตที่นิยมใช้กันมาก ซึ่งอาจอยู่ในรูปลักษณะของ หนังสือเสียง โดยบันทึกเรื่องราวที่อ่านจากหนังสือ หรือเรื่องเล่าบันทึกลงเทป เพื่อให้ผู้ฟังเรียนรู้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถนำเทปคาสเซตมาใช้ร่วมกับสื่ออื่นได้ด้วย
- วิทยุ
เป็นสื่อดั้งเดิม ที่นิยมใช้ในการเรียนการสอน หากเป็นการศึกษาทางไกลจะเป็นการส่งบทเรียนไปยังผู้เรียนที่บ้าน เพื่อศึกษาเพิ่มเติม
- เครื่องเสียง
เป็นสื่อกลาง หรือตัวผ่านในการถ่ายทอดเสียงจากคนเรา หรือจากแหล่งกำเนิดเสียงต่าง ๆ ให้เสียงดังเพิ่มขึ้น สามารถได้ยินในระยะไกล
การทำงานของเครื่องเสียง การรับ การขยาย และการส่งออกเสียง เป็นกดารเพิ่มความดังของเสียง เพื่อให้ผู้ฟังจำนวนมากได้ยินอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีการใช้งานแบบแยกส่วน หรือรวมเป็นชุดเครื่องเสียง ได้แก่
- ภาคสัญญาณเข้า ได้แก่ ไมโครโฟน วิทยุ
- ภาคขยาย ได้แก่ เครื่องขยายเสียงต่าง ๆ
- ภาคสัญญาณออก ได้แก่ ลำโพง
สื่อเสียงระบบดิจิตอล
- แผ่นซีดีและแผ่นดีวีดี
เป็นสื่อเสียงที่บันทึกข้อมูลได้ทุกประเภท ปกติแล้วซีดีแผ่นหนึ่งจะบันทึกเสียงตามรูปแบบไฟล์มาตรฐาน นาน 74 นาที 33 วินาที เสียงที่ได้มีความคมชัดมากกว่าระบบแอนอนาล็อก อาจใช้แผ่นซีดี / ดีวีดี สามารถค้นหา เมื่อเล่นเสียงตอนใดก็ได้โดยไม่ต้องเสียเวลากรอเทป
- เสียงบนอินเตอร์เน็ต
มีประโยชน์ในการสื่อสาร โดยการดาวน์โหลดคลิปเสียง และบันทึกลงฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นซีดี และไฟล์เสียงสามารถเปิดฟังในเวลาที่ต้องการได้
- วิทยุบนอินเตอร์เน็ต
สื่อที่ใช้ร่วมกับ เทคโนฯ Steaming จะทำให้ดาวน์โหลดและฟังเสียงบนอินเตอร์เน็ตเป็นไปอย่างสะดวก ด้วยเทคโนฯ นี้จึงทำให้มีการจัดตั้งสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ตและใช้งานในลักษณะวิทยุอินเตอร์เน็ต เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทุกประเภท ทั้งรายการสด และที่บันทึกไว้แล้ว ผู้ฟังวิทยุบนอินเตอร์เน็ตต้องใช้โปรแกรม Window Media Player
สถานการณ์ที่เหมาะสมในการใช้สื่อ
- ห้องกว้าง
- มีคนจำนวนมาก
- ศึกษาทางไกล
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้สื่อ
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
สื่อเสียงสามารถประกอบกิจกรรมในการเรียนการสอนได้หลากหลาย ช่วยกระตุ้นเร่งเร้าให้ผู้เรียนมีความสนใจ มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และได้รับความรู้ไปพร้อมๆกับความบันเทิงเกิดการเรียนรู้ที่พึงพอใจของผู้เรียน
ผู้ใช้สื่อสามารถนำสื่อประเภทเสียงไปใช้ประกอบการสอนได้หลายรูปแบบ ตามแต่กิจกรรมที่ต้องการ สื่อประเภทเสียงยังสร้างความสนุกนาน สามารถสอดเเทรกเทคนิคต่างๆได้หลากหลาย
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
สื่อเสียงสามารถประกอบกิจกรรมในการเรียนการสอนได้หลากหลาย ช่วยกระตุ้นเร่งเร้าให้ผู้เรียนมีความสนใจ มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และได้รับความรู้ไปพร้อมๆกับความบันเทิงเกิดการเรียนรู้ที่พึงพอใจของผู้เรียน
จุดเด่นของสื่อ
1. สามารถใช้กับผู้เรียนกลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่ หรือรายบุคล
2. ระยะกระจายเสียงกว้างและถ่ายทอดได้ในระยะไกล ๆ
3. ลดภาระของผู้สอนหรือผู้บรรยาย ในการเดินทางไปสอนในที่ต่าง ๆ
4. สามารถให้ความรู้แก่ผู้ที่ ไม่สามารถอ่านเขียนได้เนื่องจากใช้ทักษะในการฟังเพียงอย่างเดียว
5. ต้นทุนการผลิตต่ำ
6. อุปกรณ์ราคาถูกและสามารถใช้กับแบตเตอรี่ได้
7. ใช้ได้หลายกรณี เช่น ใช้ประกอบ สไลด์ ใช้บันทึกเสียงที่ไม่สามรถฟัง ได้ทั่วถึง เช่น การเต้นของหัวใจ เป็นต้น
จุดด้อยของสื่อ
1. ต้องใช้ห้องที่ทำขึ้นเฉพาะเพื่อ การกระจายเสียง
2. ผู้ฟังหรือผู้เรียนต้องปรับตัวเข้าหารายการเนื่องจากผู้บรรยายไม่สามารถปรับตัวเข้าหาผู้ฟังได้
3. เป็นการสื่อสารทางเดียวทำให้ ผู้บรรยายไม่สามารถทราบปฏิกิริยา สนองกลับของผู้ฟัง
4. การบันทึกเสียงที่คุณภาพดี จำเป็นต้องใช้ห้องและอุปกรณ์ทีดี มีคุณภาพสูง
5. ต้องมีความชำนาญพอสมควร ในการตัดต่อเทป
6. ต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น